Home คดีอาญา การแซงซ้ายฝ่ายใดประมาท ศาลฎีกาวางหลักไว้อย่างไร

การแซงซ้ายฝ่ายใดประมาท ศาลฎีกาวางหลักไว้อย่างไร

40
0

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2524 จำเลยขับรถยนต์เก๋งไปตามถนนสถลสถานพิทักษ์ ตามหลังรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ศสข. 03 – 03และขับแซงขึ้นหน้าทางด้านซ้าย ทั้ง ๆ ที่รถยนต์หมายเลขทะเบียน ศสข. 03 – 03ให้สัญญาณจะเลี้ยวซ้ายเข้าทางแยก เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันเกิดชนกันโดยจำเลยไม่ใช้ความระมัดระวัง เหตุเกิดที่ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 45 และมาตรา 157

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษปรับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยขับรถทางด้านซ้ายของถนนตรงไปตามปกติเหตุเกิดขึ้นเพราะผู้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ศสข. 03 – 03 จะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัษฎาอุทิศ 1 มิใช่จำเลยขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นทางด้านซ้าย แต่เป็นการขับไปตามช่องทางของคนโดยชอบ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถนนสถลสถานพิทักษ์มีทางเดินรถสองทางคือทางไปและทางกลับ ไม่มีช่องเดินรถ แต่ละทางเดินรถกว้างประมาณ 7 เมตร รถยนต์เก๋งแล่นเรียงไปทิศทางเดียวกันได้ 3 คัน ขณะเกิดเหตุรถยนต์ที่จำเลยและรถยนต์นายทองงามขับแล่นไปทางทิศเดียวกันโดยรถยนต์ที่จำเลยขับแล่นอยู่ชิดขอบทางด้านซ้าย ส่วนรถยนต์ที่นายทองงามขับแล่นอยู่ทางด้านขวา มิได้แล่นตามหลังกันมา เมื่อรถยนต์ที่นายทองงามขับแล่นมาถึงทางแยกจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัษฎาอุทิศ 1 จึงเกิดชนกับรถยนต์ที่จำเลยขับแล่นชิดขอบทางด้านซ้ายตรงไปตามปกติ จึงมิใช่เป็นการที่จำเลยขับรถยนต์แล่นแซงทางด้านซ้ายของรถยนต์ที่นายทองงามขับเพื่อขึ้นหน้า ตามที่พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 45 บัญญัติบังคับไว้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด

พิพากษายืน

  • สรุป
  • ถนนเกิดเหตุมีทางเดินรถสองทางคือทางไปและทางกลับ แต่ไม่มีช่องเดินรถ ทางเดินรถแต่ละทางกว้างขนาดรถยนต์แล่นเรียงไปได้ 3 คัน เช่นนี้ การที่จำเลยขับรถอยู่ชิดขอบทางด้านซ้ายโดยมีรถอีกคันหนึ่งขับไปทางทิศเดียวกันและอยู่ด้านขวา แต่มิได้แล่นตามหลังกันมาและรถยนต์คันดังกล่าวขับเลี้ยวซ้ายเมื่อถึงทางแยก จึงเกิดชนกับรถยนต์ที่จำเลยขับ ถือไม่ได้ว่าจำเลยขับรถยนต์แซงทางด้านซ้าย อันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ฯ