Home ความรู้ในการพัฒนาวิชาชีพทนายความ จอดรถในกลางคืน แต่เปิดไฟหน้าท้ายและไฟฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุถือว่าประมาทหรือไม่

จอดรถในกลางคืน แต่เปิดไฟหน้าท้ายและไฟฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุถือว่าประมาทหรือไม่

43
0

จอดรถในกลางคืน แต่เปิดไฟหน้าท้ายและไฟฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุถือว่าประมาทหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4721/2529

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐, ๓๙๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐, ๓๙๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำเลยที่ ๑ จำคุก ๑ ปี และปรับ๑,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ ลงโทษปรับ ๕๐๐ บาท โทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐, ๓๙๐ ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะเกิดเหตุรถของจำเลยที่ ๒ กำลังจอดอยู่กลางถนน จำเลยที่ ๒ พยายามจะเคลื่อนรถให้พ้นจากการกีดขวางบนถนน แต่ทำไม่ได้เพราะเครื่องยนต์ดับและเกียร์ค้าง จำเลยที่ ๒ ได้เปิดไฟกระพริบหน้าหลังและเปิดไฟใหญ่หน้ารถไว้ด้วยเพื่อเป็นที่สังเกต นับว่าเป็นการกระทำตามสมควรที่จำเลยที่ ๒ จะกระทำได้ในสถานการณ์เช่นนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่ารถของตนกีดขวางการจราจรบนถนนอยู่ การที่จำเลยที่ ๑ ขับรถมาโดยเร็ว แล้วชนรถของจำเลยที่ ๒ เป็นเหตุให้มีคนได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส จึงเป็นเพราะความประมาทของจำเลยที่ ๑ แต่เพียงฝ่ายเดียวมิใช่เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ ๒ด้วยแต่อย่างใด ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

สรุป

ขณะเกิดเหตุรถของจำเลยที่ 2 กำลังจอดอยู่กลางถนนจำเลยที่ 2 พยายามจะเคลื่อนรถให้พ้นจากการกีดขวางบนถนน แต่ทำไม่ได้ จึงได้เปิดไฟกะพริบหน้าหลังและเปิดไฟใหญ่หน้ารถไว้เป็นที่สังเกต นับว่าเป็นการกระทำตามสมควรที่จำเลยที่ 2 จะกระทำได้ในสถานการณ์เช่นนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่ารถของตนกีดขวางการจราจรบนถนนอยู่ การที่จำเลยที่ 1 ขับรถมาโดยเร็ว แล้วชนรถของจำเลยที่ 2 เป็นเหตุให้มีคนได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส จึงเป็นเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 ฝ่ายเดียว มิใช่เป็นผลจากการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วยจำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส