Home คดีอาญา อายุความบอกล้างสัญญาประกันภัย ( ประกันชีวิต )?

อายุความบอกล้างสัญญาประกันภัย ( ประกันชีวิต )?

46
0

อายุความบอกล้างสัญญาประกันภัย ( ประกันชีวิต )?

บทกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นนี้คือ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๘๖๕ ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดี หรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ

ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป

 

การใช้สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมของผู้รับประกันภัยในสัญญาประกันชีวิต กรณีที่ผู้เอาประกันภัยไม่เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสุขภาพนั้น จะมีผลเมื่อใด

กรณีไม่เปิดเผยข้อความจริงเกี่ยวกับสุขภาพดังกล่าว ซึ่งหากผู้รับประกันภัยทราบมาก่อนอาจปฏิเสธไม่ทำสัญญา หรือเรียกเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้นได้นั้น 🧮 ต่อมาหากผู้รับประกันภัยได้ทราบมูลอันอาจจะใช้สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว จะต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนด 1️เดือน นับแต่วันที่บุคคลใดทราบระหว่าง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสินไหมผู้รับเอกสารประวัติการรักษาของผู้เอาประกันภัยจากโรงพยาบาล หรือ สำนักงานสาขาของผู้รับประกันภัยซึ่งเป็นต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว หรือ สำนักงานใหญ่ของผู้รับประกันภัย

ก่อนทำสัญญาประกันชีวิต แต่ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงเกี่ยวกับสุขภาพที่อาจจะจูงใจให้ผู้รับประกันภัยปฏิเสธไม่ทำสัญญาหรือเรียกเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้นนั้น แม้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสินไหมจะได้รับเอกสารสำเนาบันทึกประวัติการรักษาของผู้เอาประกันภัยไว้ก่อนแล้วก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสินไหมดังกล่าวมิได้เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทน หรือเป็นตัวแทนของผู้รับประกันภัยแต่อย่างใด และการที่สำนักงานสาขาของผู้รับประกันภัยซึ่งเป็นต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะต้องส่งเอกสารไปยังสำนักงานใหญ่ของผู้รับประกันภัยเพื่อพิจารณานั้น ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าสำนักงานสาขาดังกล่าวไม่มีอำนาจบอกล้างสัญญาได้ สิทธิบอกล้างสัญญาประกันชีวิตภายในกำหนด 1️เดือน จึงต้องนับจากวันที่สำนักงานใหญ่ทราบข้อมูลอันจะบอกล้างได้ ซึ่งเป็นวันที่ได้รับรายงานความเห็นจากสำนักงานสาขาของผู้รับประกันภัย

การประกันชีวิต (Life Insurance) หมายถึง การประกันภัยที่การจ่ายเงินอาศัยการทรงชีพ หรือการมรณะของบุคคลเป็นเหตุในการจ่าย โดยการเฉลี่ยภัยซึ่งกันและกันที่เกิดขึ้นกับบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ในลักษณะการเสี่ยงภัยประเภทเดียวกันและร่วมกัน เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับบุคคลที่สูญเสียชีวิต

 

อายุความบอกล้างสัญญาประกันภัยตอนแรกของมาตรา ๘๖๕ วรรคสองนั้นหมายถึงว่า ผู้รับประกันภัยต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่เป็นตัวอย่างให้ศึกษา มีดังต่อไปนี้  คือ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๖๑๒/๒๕๕๐

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคสอง จะให้สิทธิผู้รับประกันภัยบอกล้างโมฆียะกรรมได้แต่สัญญาประกันชีวิตเป็นนิติกรรมสองฝ่าย การบอกล้างโมฆียะกรรมต้องแสดงเจตนาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลที่มีตัวกำหนดได้แน่นอนตาม ป.พ.พ. มาตรา 178 เมื่อจำเลยต้องการบอกล้างโมฆียะกรรมสัญญาประกันชีวิตย่อมต้องแสดงเจตนาแก่โจทก์ทั้งสามผู้รับประโยชน์ซึ่งเป็นคู่กรณีอีกฝ่าย มิใช่เพียงแสดงหลักฐานฝ่ายเดียวว่าตนได้ใช้สิทธิบอกล้างแล้ว การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้าให้ถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 169 คดีนี้จำเลยมีหนังสือบอกล้างโมฆียะกรรมไปถึงโจทก์ทั้งสามที่จังหวัดพิจิตรทางไปรษณีย์ อันเป็นการแสดงเจตนาแก่บุคคลผู้อยู่ห่างโดยระยะทาง การบอกล้างโมฆียะกรรมย่อมมีผลนับแต่เวลาที่หนังสือไปถึงโจทก์ทั้งสาม เมื่อนับจากวันที่จำเลยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2540 ถึงวันที่การแสดงเจตนาบอกล้างโมฆียะกรรมมีผลในวันที่ 7 หรือ 8 กันยายน 2540 จึงพ้นกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่จำเลยทราบมูลอันจะบอกล้างโมฆียะกรรมนั้น การบอกล้างโมฆียะกรรมของจำเลยจึงไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าจำเลยใช้สิทธิบอกล้างสัญญาประกันชีวิตดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคสอง จำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิตให้โจทก์ทั้งสาม

 

ดังนั้นพอสรุปได้ว่า ผู้รับประกันภัยต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้