LATEST ARTICLES

การวินิจฉัยค่าเสียหายเกินกว่าที่โจทก์ฟ้องเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยหรือไม่

0
การวินิจฉัยค่าเสียหายเกินกว่าที่โจทก์ฟ้องเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1490/2562 โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,657,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค...

จุดใดบ้างที่ศาลฎีกาวินิจฉัยการฟ้องคดีโดยสุจริตในคดีละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการซ่อมรถยนต์

0
จุดใดบ้างที่ศาลฎีกาวินิจฉัยการฟ้องคดีโดยสุจริตในคดีละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการซ่อมรถยนต์   คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2562 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันนำรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู หมายเลขทะเบียน ภร 4924 กรุงเทพมหานคร คืนไปจากโจทก์ และชำระเงิน 920,000 บาท กับชำระเงินอีกวันละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรับรถยนต์คืนไปจากโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงิน 3,000,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ไปรับรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู หมายเลขทะเบียน ภร...

คำพิพากษาให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนร่วมกับคดีอาญา ผูกพันเงื่อนไขข้อกฎหมายในการอุทธรณ์ฎีกาหรือไม่

0
คำพิพากษาให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนร่วมกับคดีอาญา ผูกพันเงื่อนไขข้อกฎหมายในการอุทธรณ์ฎีกาหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3789/2562 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4) (8), 78, 157, 160 ริบรถกระบะของกลาง ระหว่างพิจารณา นางสาวอารีรัตน์ ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน...

กรณีประกันภัย กับการบอกเลิกสัญญา?

0
  กรณีประกันภัย กับการบอกเลิกสัญญา? ประเด็นดังกล่าวนี้มีบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวโดยตรง คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์   มาตรา ๘๖๑ อันว่าสัญญาประกันภัยนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า เบี้ยประกันภัย   มาตรา ๘๙๗ถ้าผู้เอาประกันภัยได้เอาประกันภัยไว้โดยกำหนดว่า เมื่อตนถึงซึ่งความมรณะให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตนโดยมิได้เจาะจงระบุชื่อผู้หนึ่งผู้ใดไว้ไซร้ จำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้น ท่านให้ฟังเอาเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้ ถ้าได้เอาประกันภัยไว้โดยกำหนดว่าให้ใช้เงินแก่บุคคลคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง ท่านว่าเฉพาะแต่จำนวนเงินเบี้ยประกันภัยซึ่งผู้เอาประกันภัยได้ส่งไปแล้วเท่านั้นจักเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัยอันเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้   มาตรา ๘๖๕ ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดี หรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี...

ผู้เยาว์ทำละเมิด บิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ระมัดระวังตามสมควรต้องรับผิดหรือไม่

0
ผู้เยาว์ทำละเมิด บิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ระมัดระวังตามสมควรต้องรับผิดหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9184/2539 โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ผู้เยาว์และอยู่ในความปกครองดูแลของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาได้ขับรถยนต์จิ๊ปของจำเลยที่ 4 ด้วยความประมาทเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะแล้วเสียหลักชนกับรถยนต์เก๋งที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายและเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวได้ซ่อมแซมเสียค่าใช้จ่ายไปจำนวน 150,000 บาท จำเลยที่ 2และที่ 3 ในฐานะบิดามารดาของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ในฐานะเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์จิ๊ปต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสี่ชำระเงินจำนวน 154,191.78 บาท...

ผู้เยาว์ขับรถโดยบิดามารดาไม่ได้ควบคุมและสังเกตุ บิดามารดาต้องรับผิดหรือไม่

0
ผู้เยาว์ขับรถโดยบิดามารดาไม่ได้ควบคุมและสั่งเกตุ บิดามารดาต้องรับผิดหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2523 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายฐานละเมิดแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า การที่บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด ผู้รับประกันภัยของจำเลยตกลงยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแทนจำเลยให้แก่โจทก์เป็นเงิน 24,242 บาท และจำเลยยอมจ่ายเช็คชดใช้ให้โจทก์อีก 7,470 บาท ซึ่งโจทก์ได้ตกลงยอมรับตามนั้นแล้ว จึงถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่แล้ว โจทก์จะมาฟ้องเรียกหนี้เดิมในมูลละเมิดจากจำเลยอีกไม่ได้นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยนี้ไม่ได้มีการตกลงเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่เป็นลูกหนี้เจ้าหนี้หรือเปลี่ยนแปลงวัตถุแห่งหนี้หรือมีการก่อให้เกิดนิติกรรมสัญญาใหม่แทนหนี้ละเมิดเดิมแต่อย่างใดก็หาไม่คงมีแต่ผู้รับประกันภัยของจำเลยซึ่งมีหน้าที่รับผิดต่อโจทก์โดยตรงอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 รับรองต่อจำเลยว่าจะใช้หนี้ให้โจทก์บางส่วนแต่แล้วก็ไม่ใช้ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้โจทก์ในมูลหนี้ละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 อยู่แล้ว...

อนุญาตให้ลูกจ้างนำรถกลับบ้าน เกิดอุบัติเหตุ นายจ้างต้องรับผิดหรือไม่

0
อนุญาตให้ลูกจ้างนำรถกลับบ้าน เกิดอุบัติเหตุ นายจ้างต้องรับผิดหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2529 โจทก์ ฟ้อง ว่า นาย ผ่าน หลานสุดตา ลูกจ้าง ของ จำเลย ที่ 1 ขับขี่รถยนต์ บรรทุก ไป ใน ทาง การ ที่ จ้าง ของ จำเลย...

เป็นเจ้าของรถนั่งควบคุมรถไปด้วย เกิดอุบัติเหตุ ต้องรับผิดหรือไม่

0
เป็นเจ้าของรถนั่งควบคุมรถไปด้วย เกิดอุบัติเหตุ ต้องรับผิดหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2526 โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ชพ.01377 ไว้เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2530 มีระยะเวลาคุ้มครองหนึ่งปี จำเลยที่ 1เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน ชบ.27712 และเป็นนายจ้างนายคำแสนจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนชบ.27712 เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2520 ขณะที่นายจำรัส เจริญสุข ขับรถคันหมายเลขทะเบียน ชพ.01377...

กรณีรถหาย ประกันภัยต้องรับผิดชอบ  ?

0
  กรณีรถหาย ประกันภัยต้องรับผิดชอบ  ?   ประเด็นดังกล่าวนี้มีบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวโดยตรง คือ   ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์   มาตรา ๘๙๗ นว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยเพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันภัยโดยตรง แต่ค่าสินไหมทดแทนเช่นว่านี้หาอาจจะคิดเกินไปกว่าจำนวนอันผู้รับประกันภัยจะพึงต้องใช้ตามสัญญานั้นได้ไม่ ในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัยนั้น ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วย อนึ่ง ผู้รับประกันภัยนั้นแม้จะได้ส่งค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้วก็ยังหาหลุดพ้นจากความรับผิดต่อบุคคลผู้ต้องเสียหายนั้นไม่ เว้นแต่ตนจะพิสูจน์ได้ว่าสินไหมทดแทนนั้นผู้เอาประกันภัยได้ใช้ให้แก่ผู้ต้องเสียหายแล้ว   จากกรณีตามประเด็นดังกล่าวมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ศึกษาเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้   คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๓๐๕/๒๕๕๙   ข้อความว่า พฤติกรรมของโจทก์ที่จอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้แล้ว ลงจากรถไปซื้อของ เป็นการขาดความระมัดระวังในการใช้ทรัพย์ หากโจทก์ใช้ความระมัดระวังตามสมควรโดยดับเครื่องยนต์และล็อกประตูรถยนต์ให้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคนร้ายไม่สามารถลักรถยนต์ของโจทก์ไปได้โดยง่าย เหตุที่คนร้ายลักรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้เกิดขึ้น เพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ตาม ป.พ.พ.มาตรา...

ผู้เอาประกันภัยขับรถฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร เป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่

0
กรณีที่ผู้เอาประกันภัยค้ำจุนขับรถฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตามเครื่องหมายจราจร ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ และผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดหรือไม่ อย่างไร   บทกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นนี้ คือ   ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์     มาตรา ๘๗๙   ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในเมื่อความวินาศภัยหรือเหตุอื่นซึ่งได้ระบุไว้ในสัญญานั้นได้เกิดขึ้นเพราะความทุจริต หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์         ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในความวินาศภัยอันเป็นผลโดยตรงมาแต่ความไม่สมประกอบในเนื้อแห่งวัตถุที่เอาประกันภัย เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น   มาตรา ๘๘๗  อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ                บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันภัยโดยตรง แต่ค่าสินไหมทดแทนเช่นว่านี้หาอาจจะคิดเกินไปกว่าจำนวนอันผู้รับประกันภัยจะพึงต้องใช้ตามสัญญานั้นได้ไม่ ในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัยนั้น ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วย                อนึ่ง ผู้รับประกันภัยนั้นแม้จะได้ส่งค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ก็ยังหาหลุดพ้นจากความรับผิดต่อบุคคลผู้ต้องเสียหายนั้นไม่ เว้นแต่ตนจะพิสูจน์ได้ว่าสินไหมทดแทนนั้นผู้เอาประกันภัยได้ใช้ให้แก่ผู้ต้องเสียหายแล้ว       ประกันภัยค้ำจุน...